อิสราเอล


วันแรก  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  

21.00 น.  บริษัทฯขอเชิญท่านที่จุดนัดพบ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าเลขที่ 10 เคาน์เตอร์ W สายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ (EL AL ISRAEL AIRLINES) ขอให้ท่านสังเกตป้าย “ALLIANCE CONSORTIUM ” เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ รอคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกแด่ท่านก่อนขึ้นเครื่อง

23.55 น.  เหินฟ้าตรงสู่ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ LY082 (ใช้เวลาบินโดยรวม 10 ชั่วโมง 30 นาที)

วันที่สอง  เทลอาวีฟ – เยรูซาเล็ม – เบธเลเฮม – ชมเมือง – โบสถ์แห่งการประสูติ – เยรูซาเล็ม – ช้อปปิ้ง

06.25 น.  เมื่อเครื่องบินสัมผัสขอบฟ้า นำท่านเข้าสู่น่านฟ้าของประเทศอิสราเอล คณะเดินทางถึง สนามบินเบนกูเรียน (BEN GURION AIRPORT) แห่งกรุงเทลอาวีฟ (Tel Aviv) หรือ เทล อาวีฟ-จัฟฟา เมืองสมัยใหม่ที่เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจที่สำคัญและมั่งคั่งที่สุดของอิสราเอล มีวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันหลากหลายประเทศ จึงเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีชีวิตชีวามากที่สุดในโลก และได้รับการขึ้นเป็นมรดกโลกในปี 2003 อีกด้วย (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าเวลาของประเทศไทย 5 ชั่วโมง) นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมือง พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระ ผ่านกรมศุลกากรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางหัวหน้าทัวร์และมัคคุเทศน์ท้องถิ่นจะนำคณะท่านขึ้นรถปรับอากาศแล้วออกเดินทางไปยัง กรุงเยรูซาเล็ม (Jerusalem) เมืองหลวงที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของอิสราเอล และเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นศูนย์รวมศาสนาสำคัญของโลกถึง 3 ศาสนา คือ ศาสนายูดาห์ (ยิว) ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม โดยทั้ง 3 ศาสนา มีต้นกำเนิดมาจากที่เดียวกัน มีพระเจ้าองค์เดียวกัน แต่คนละศาสดา เมืองนี้จึงมีความสำคัญมากสำหรับชาวอิสราเอลและคนทั่วโลก โดยคำว่าเยรูซาเล็ม แปลว่า “มรดกแห่งสันติภาพ”

เที่ยง  ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย  คณะมุ่งหน้าข้ามเขตแดนเยรูซาเล็ม สู่ เบธเลเฮม (Bethlehem) ดินแดนเก่าแก่ และถูกครอบครองโดยพวกปาเลสไตน์ อีกทั้งยังเป็นบ้านเกิดของกษัตริย์เดวิด (King David) ผู้สร้างกรุงเยรูซาเล็ม และเป็นสถานที่กำเนิดของพระเยซู พาท่านแวะเก็บภาพคู่ กำแพงกั้นระหว่างเขต West Bank กับเขตอิสราเอล ที่มีความยาว 650 เมตร สูงสุดที่ 8 เมตร แต่ปัจจุบันนี้กำแพงที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกั้นความขัดแย้งระหว่างคนสองเชื้อชาติได้กลายเป็นที่รังสรรค์งานศิลปะสมัยใหม่ที่เรียกว่า Graffiti มากมาย และเข้าเยี่ยมชม โบสถ์แห่งการประสูติ (The Church of Nativity) ซึ่งตามพระคัมภีร์กล่าวว่า พระเยซูประสูติในรางหญ้าภายในถ้ำ ซึ่งปัจจุบันมีโบสถ์สร้างคร่อมไว้ เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่ง บริเวณติดกันมีโบสถ์ถึง 3 นิกายคือ ออร์โธดอกซ์ คาทอลิก และอาร์เมเนียน ในวันคริสต์มาสการประกอบพิธีซึ่งชาวคริสต์ทั่วโลกจะคอยเฝ้าชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่กระทำโบสถ์แห่งนี้ อิสระให้ท่านเดินชมภายในโบสถ์มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม....โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ทางเดินที่ประดับลวดลายของโมเสก และภาพสีน้ำมันตามผนังตลอดจนเพดาน  ผ่านชม ทุ่งหญ้าคนเลี้ยงแกะ (Shepherd’s Field) เป็นสถานที่ที่ทูตสวรรค์มาบอกข่าวการประสูติของพระเยซูแก่คนเลี้ยงแกะที่อยู่ในทุ่งนา ปัจจุบันคือโบสถ์ที่ตั้งอยู่บนความเชื่อของนิกายต่างๆ จนได้เวลาอันสมควร...นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเยรูซาเล็ม แล้วพาท่านเดินเล่น ณ จัตุรัสไซออน (Zion Square) สถานที่นัดพบของนักท่องเที่ยว และอิสระช้อปปิ้ง ณ ถนนคนเดิน Ben Yehuda ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ฯลฯ

เย็น  ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ค่ำ  พักค้างคืน ณ RAMADA BY WYNDHAM JERUSALEM หรือเทียบเท่า 4 ดาว (คืนที่ 1) 

 

 

วันที่สาม  เยรูซาเล็มเก่า – กำแพงฝั่งตะวันตก – ภูเขาพระวิหาร – ถนนเวีย โดโลโรซา – อีน คาเร็ม  อนุสรณ์สถานยาด  วาเช็ม – ช้อปปิ้ง – เยรูซาเล็ม

เช้า  อรุณสวัสดิ์.....รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของทางโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่  กรุงเยรูซาเล็มเก่า (Old City)  ซึ่งสร้างโดยสุลต่านสุไลมานผู้วิเศษ (Suleiman the Magnificent) แห่งจักรวรรดิออตโตมันเมื่อปี 1532-1545  ในเขตกำแพงเมืองเก่านั้น โดยผังเมืองในสมัยออตโตมันได้แบ่งออกเป็น 4 ส่วน (Quarter) คือ เขตมุสลิมอยู่ทิศตะวันออกรอบมัสยิดอัลอักศอและโดมออฟเดอะร็อกจนถึงประตูราชสีห์     เขตยิวอยู่ทางทิศใต้รอบกำแพงร่ำไห้จนถึงนครแห่งดาวิดที่ประตูซิโยน  เขตอาร์เมเนียนอยู่ทางทิศตะวันออกจนถึงประตูจาฟฟา และเขตคริสเตียนอยู่ทางเหนือรอบโบสถ์คูหาศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปจรดประตูดามัสกัส  แวะชม กำแพงร้องไห้ (Wailing Wall)  หรือ กำแพงฝั่งตะวันตก (Western Wall)ของวัดแห่งโซโลมอนที่ยังคงเหลืออยู่ ซึ่งในอดีตวัดแห่งโซโลมอนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โบราณของชาวยิว สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล หลังจากถูกทำลายลงจากสงครามปัจจุบันชาวยิวทั่วโลกเชื่อว่า เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้ามากที่สุดในโลก และพระเจ้าจะคอยฟังคำขอของผู้ที่มาสวดอ้อนวอน ณ กำแพงแห่งนี้ ซึ่งจะมีทางเดินเลาะเลียบทางขวาที่สามารถไต่ระดับสูงขึ้นไปสู่ ภูเขาวิหาร (Temple Mount) อันเป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่ได้ถูกทำลายไปถึง 2 ครั้ง 

จะเหลืออยู่ก็แค่บางส่วนของกำแพงฯ ซึ่งในปัจจุบันภูเขาวิหารยังเป็นที่ตั้งของศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของศาสนาอิสลามอีกด้วย นำท่านผ่านชมภายนอกของ โดมทอง / โดมแห่งศิลา  (Dome of the Rock) หรือ มัสยิดอัลอักซอ เป็นศาสนสถานของศาสนาอิสลามที่เป็นที่ตั้งของศิลาฤกษ์ (Foundation Stone) สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 691 ซึ่งทำให้เป็นสิ่งก่อสร้างของอิสลามที่เก่าแก่ที่สุดในโลก  มีรูปทรงแปดเหลี่ยม ตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเยรูซาเล็ม แล้วเดินต่อไปตาม ไฮไลท์ : ถนนเวีย โดโลโรซา (Via Dolorosa) ในภาษาลาตินแปลว่า วิถีแห่งความเศร้าโศก” เชื่อว่าคือ เส้นทางสุดท้ายที่พระเยซูผ่านไปยังที่ถูกตรึงกางเขนละสิ้นพระชนม์ โดยตลอดเส้นทางของถนนจะแบ่งออกเป็น 14 จุด ที่เชื่อมโยงแต่ละเหตุการณ์  ให้นักแสวงบุญที่เดินทางมาบรรลุถึงความทุกข์ทรมานของพระผู้เป็นเจ้า  ปัจจุบันจุดที่ 10-14 อยู่ภายใต้ โบสถ์พระคูหาศักดิ์สิทธิ์ (Church of Holy Sepulchre)โดยชาวคริสต์นิกายออร์ธอดอกซ์เรียกว่า โบสถ์การคืนพระชนม์ เป็นโบสถ์ในย่านชุมชนชาวคริสต์ของเมืองเก่าเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวคริสต์ เพราะเป็น สถานที่ตรึงกางเขนพระเยซู และ ยังเป็นสถานที่ฝังพระศพของพระเยซู และเป็นที่ที่พระองค์ฟื้นคืนพระชนม์

เที่ยง  ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย  นำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอีน คาเร็ม (Ein Karem)  หมู่บ้านโบราณซึ่งมีความหมายว่า
น้ำธรรมชาติสำหรับไร่องุ่น เป็นเมืองที่มีความสำคัญรองลงมาจากเบธเลเฮม คือ เมืองที่จอห์นแห่งแบพติสเกิด และนอกจากนั้นก็ยังมีโบสถ์วิหารที่มีความสำคัญหลายแห่ง 
พาท่านเยี่ยมชม อนุสรณ์สถานยาด วาเช็ม (
Yad Vashem) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงชาวยิวที่เสียชีวิตในระหว่างสงครามโลก รูปภาพต่างๆ ที่ถ่ายจากค่ายกักกันต่างๆ ในยุโรป แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของทหารนาซี ในความพยายามทำลายล้างเผ่าพันธุ์ของชนชาติยิว  ต่อด้วยชมบรรยากาศพื้นเมือง ณ ตลาดเก่า (Old Market)  และ ตลาดสดเยฮูด้า(Yehuda Market)ให้ท่านได้เลือกซื้อของฝาก ของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับอาหาร ขนมพื้นเมือง ผักผลไม้ท้องถิ่น  จนได้เวลาอันสมควร...นำท่านกลับเข้าสู่ที่พัก

เย็น ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ณ  ภัตตาคาร

ค่ำ  พักค้างคืน  ณ  RAMADA BY WYNDHAM JERUSALEM หรือเทียบเท่า 4 ดาว  (คืนที่ 2)


วันที่สี่  เยรูซาเล็ม – อุทยานแห่งชาติมาซาดา – ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า (สู่) ป้อมปราการและพระราชวังเจริโค – ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า (สู่) ภูเขาเทมพ์เทชั่น – ทะเลเดดซี

เช้า  อรุณสวัสดิ์.....รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของทางโรงแรม

นำท่านออกเดินทางเรียบฝั่งทะเลสาบเดดซี สู่ ไฮไลท์ : อุทยานแห่งชาติมาซาดา (Masada National Park) เพื่อ ขึ้นกระเช้าไฟฟ้า ชม ป้อมปราการและพระราชวังที่มีอายุกว่า 2000 ปี ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์บนยอดเขาสูงประมาณ 120 เมตร เหนือทะเลสาบเดดซี  ระหว่างทาง...ชมทัศนียภาพมุมสูงของภูเขา  เดิมเป็นพระราชวังอันหรูหราที่กษัตริย์เฮโรดมหาราชสร้างไว้  ต่อมาได้เป็นป้อมหลบภัยของชาวยิวที่ต่อต้านการรุกราน  และกดขี่ข่มเหงของทหารโรมัน ชาวยิวเริ่มทนไม่ได้จึงก่อกบฏขึ้น... ปัจจุบันได้ถูกทางการอิสราเอลรักษาไว้เป็นอย่างดีในฐานะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความกล้าหาญ โดยทหารเกณฑ์ทุกคนจะต้องเข้าประจำการ และสาบานตนที่ป้อมปราสาทนี้ว่า  มาซาดาจะไม่มีวันพ่ายแพ้อีกต่อไป และยังได้รับเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2001 จนได้เวลาอันสมควร...นำคณะลงจากยอดเขา 

 

จากนั้นมุ่งหน้าต่อไปยัง  เมืองเจริโค (Jericho)เมืองเก่าแก่ที่ปรากฏในพระคริสตธรรมคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม ตั้งอยู่ในเขตเวสต์แบงค์ของปาเลสไตน์กลางหุบเขาจอร์แดน นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นหนึ่งในชุมชนเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเท่าที่ขุดพบได้ นับอายุย้อนหลังมากถึง 11,000 ปี โดยหลักฐานชุมชนแรกที่ค้นพบ มีอายุราว 9,000 ปีก่อนคริสตกาล

เที่ยง ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย จากนั้นนำคณะท่าน ไฮไลท์ :  ขึ้นกระเช้าไฟฟ้าสู่ ภูเขาเทมพ์เทชั่น (Mount of Temptation) ซึ่งมีความสูงประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเล ณ สถานที่แห่งนี้จะมีถ้ำซึ่งเป็นที่ที่พระเยซูได้เคยมานั่งวิปัสสนาและอดอาหารเป็นเวลา 40 วัน และ 40 คืน ในระหว่างนั้นก็มีพวกซาตานมารบกวนพระองค์  นำท่านแวะชม โบสถ์เทมพ์เทชั่น (Temptation Monastery) และชมวิวเมือง


มุมสูงจากบนยอดเขา ได้เวลาสมควร...นำท่านเดินทางลงจากเขา  แล้วเดินทางต่อสู่ ทะเลเดดซี (
Dead Sea) ระหว่างทาง.....แวะเลือกซื้อของฝากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากโคลนทะเลเดดซี  และของที่ระลึกอื่นๆ  ทะเลเดดซี เป็นทะเลที่ถูกบันทึกในกินเนสส์บุ๊คว่า เป็นจุดที่ต่ำที่สุดของโลก มีความต่ำกว่าระดับน้ำทะเลทั่วไปถึง  400 เมตร และมีความเค็มที่สุดในโลกมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำทะเลทั่วไป และยังมีปริมาณแร่ธาตุต่างๆ มากมาย จึงทำให้เกิดความหนาแน่นมาก จนท่านสามารถลอยตัวได้โดยไม่จม แม้ว่าท่านจะว่ายน้ำไม่เป็น  อิสระให้ท่านลงเล่นน้ำ หมักโคลน ตามอัธยาศัย

*** หมายเหตุ –  ไกด์ท้องถิ่นและหัวหน้าทัวร์จะคอยแนะนำวิธีขั้นตอนการลงเล่นน้ำ และข้อควรระวังต่างๆ กรุณาเตรียมชุดเล่นน้ำ ผ้าเช็ดตัว รองเท้าฟองน้ำ ไปด้วย ***

เย็น  ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ค่ำ  พักค้างคืนTHE GOLDEN TULIP CLUB, DEAD SEA หรือเทียบเท่า 4 ดาว  (คืนที่ 3)


วันที่ห้า  ทะเลเดดซี – ยอดเขาโอลีฟ – สวนเกทเสมานี – โบสถ์นานาชาติ – ภูเขาไซออน – โบสถ์ไก่ขัน - สุสานกษัตริย์เดวิด & ห้องพระกระยาหารมื้อสุดท้าย – ซีซาร์เรีย – ซากเมืองโบราณ – ไฮฟาสวนบาไฮต์ – ไทบิเรียส 


เช้า  อรุณสวัสดิ์.....รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของทางโรงแรม

คณะออกเดินทางสู่  ยอดเขาโอลีฟ (The Mount of Olives) เป็นจุดชมวิวเมือง...ท่านจะได้ชมตัวกรุงเยรูซาเล็มทั้งหมด จากนั้นนำท่านเดินตามเส้นทางที่พระเยซูเสด็จสู่กรุงเยรูซาเล็มในวันปาล์ม
ซันเดย์ไปยัง  โบสถ์ปีเตอร์โนสเตอร์ (Peter Noster Church)  ซึ่งเป็นสถานที่พระเยซูทรงสอนให้สาวกรู้จักคำอธิษฐาน ข้าแต่พระบิดาแห่งข้าพระองค์ทั้งหลาย 

นำท่านสู่ สวนเกทเสมานี (Garden of Gethsemane) ซึ่งเป็นภาษาฮิบรูว์ แปลว่า ต้นมะกอก บริเวณสวนนี้มีต้นมะกอกเก่าแก่อยู่ 8 ต้น ที่เชื่อกันว่ารากเดิมของต้นมะกอกในสมัยพระเยซูเจ้าและเป็นสถานที่ๆพระเยซูและ
อัครสาวกสวดภาวนาก่อนถูกทหารโรมันจับกุม....รวมถึงจุดที่ยูดาสแขวนคอตายด้วยความอับอายและสำนึกต่อบาป... ต่อด้วยเข้าชม โบสถ์นานาชาติ (Church of all Nations)   ที่มีก้อนหินขนาดใหญ่ที่เชื่อว่าเป็นจุดที่พระเยซูทรงคุกเข่าอธิษฐาน ก่อนถูกทหารโรมันจับตัวไป  

หลังจากนั้นคณะท่านมุ่งหน้าสู่  ภูเขาไซออน (Mount Zion) ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกของภูเขาโอลีฟในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า เมืองของเดวิด (City of David)  เยี่ยมชม โบสถ์ไก่ขัน (St. Peter in Gallicantu) ในอดีตเป็นบ้านของปุโรหิตคายาฟาสที่เป็นหัวหน้าสมณะในยุคของพระเยซูที่ถูกตัดสินและเป็นสถานที่ที่ปีเตอร์ปฏิเสธพระเยซูก่อนไก่ขัน 3 ครั้ง (Before the cock crows thrice)  ไฮไลท์ :ชม สุสานกษัตริย์เดวิด (King David’s Tomb)กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของชนชาติยิว  และห้องพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (Last Supper Room)  ณ เชิงภูเขาซิโยน ที่พระเยซูทรงร่วมรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายกับเหล่าสาวกทั้ง 12 คน ก่อนที่จะพระเยซูจะถูกทหารโรมันจับไปตรึงไม้กางเขน โดยท่านจะเห็นร่องรอยทั้งโบสถ์และมัสยิด เพราะคริสต์เคยมายึด และอิสลามก็เคยมายึด    

เที่ยง  ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย  นำท่านมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือสู่ ไฮไลท์ : ซีซาร์เรีย (Caesarea)เมืองโบราณริมทะเลเมดิเตอร์
เรเนียนที่สวยงามและมีความสำคัญเป็นอันดับ
3 ของรัฐอิสราเอลซึ่งเป็นเมืองเก่ายุคสมัยสงคราม
ครูเสด สร้างโดยกษัตริย์เฮโรดมหาราช  เมืองนี้ถูกทำลายลงด้วยแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์
สึนามิ แต่ก็มีการสร้างใหม่เรื่อยมา ปัจจุบันเหลือเพียงซากเมืองท่าเก่าแก่โบราณสมัยโรมัน  พาท่านชมสนามแข่งม้าฮิปโปโดรม  ชมเสาหินโบราณโรมัน  และโรงละคร
แอมฟิเธียเตอร์
ที่มีการออกแบบตามแบบมาตรฐานโรมัน ชมคลองส่งน้ำโบราณ
(Roman Aqueduct) เป็นเหมือนสะพานหิน มีท่อส่งน้ำอยู่ด้านล่างอายุมากกว่า 2,000 ปี ที่กษัตริย์เฮโรดได้สั่งให้สร้างท่อระบายน้ำนี้ที่ไหลระหว่างมหาสมุทรและน้ำบาดาลในเมือง มีความยาวประมาณ 10 กิโลเมตร ช่วยให้ประชาชนสะดวกขึ้นและมีน้ำกินน้ำใช้....แล้วนำท่านเดินทางไปยัง ไฮฟา (Haifa) เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นหนึ่งในเมืองที่มีความสำคัญและงดงามที่สุดในแถบตะวันออกกลาง มีท่าเรือที่ใช้ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เป็นจุดศูนย์กลางของศาสนาบาไฮต์ (Bahai) ศาสนาที่เชื่อคำสอนของทุกศาสนา นำคณะแวะเก็บภาพ สวนบาไฮต์ (Baha’i Garden) ที่ถูกสร้างเป็นสวนที่สวยงามอลังการด้วยงบประมาณ 50 ล้านดอลล่าร์ และถูกจัดให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2008  หลังจากนั้นเดินทางไปยัง ไทบิเรียส (Tiberias) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันออก เป็นเมืองท่องเที่ยวทางตอนเหนือที่ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของริมทะเลสาบกาลิลี (Galilee Lake)                

เย็น  ร่วมรับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

ค่ำ  พักค้างคืน ณ CLUB HOTEL,TIBERIAS หรือเทียบเท่า 4 ดาว (คืนที่ 4)


 

วันที่หก  ไทบิเรียส – แม่น้ำจอร์แดน – ภูเขาบีทติจูดส์ – โบสถ์แปดเหลี่ยม – ทับกา – ล่องเรือชมทะเลสาบกาลิลี – คาเปอรนาอุม – บ้านเกิดนักบุญเปโตร – โบสถ์นักบุญเปโตร –นาซาเรธ 

เช้า  อรุณสวัสดิ์.....รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของทางโรงแรม 

นำท่านเดินทางสู่ ริมแม่น้ำจอร์แดน (Jordan River) ซึ่งเป็นสถานที่ทำพิธีบัพติศมาในน้ำ (Baptismal Site of Yardenit) ซึ่งสาวกจอห์นได้ทำพิธีล้างบาป  และได้ตั้งชื่อให้กับพระเยซู
ท่านสามารถรับบัพติศมาเพื่อเป็นการระลึกถึง  หรือสำหรับผู้ที่เพิ่งตัดสินใจรับบัพติศมา
*** หมายเหตุ - ท่านใดสนใจกรุณาติดต่อผู้นำทัวร์ เพื่อประสานงานกับศิษยาภิบาลที่นำคณะ สำหรับการใช้เสื้อคลุม และขอรับใบประกาศนียบัตรโดยประมาณ 6 เหรียญในการทำพิธี ***  

แล้วเดินทางต่อไปยัง ภูเขาบีทติจูดส์ (Mount of Beatitudes)  แวะชม โบสถ์แปดเหลี่ยม ซึ่งถูกออกแบบโดยชาวอิตาลี ซึ่ง 8 ด้านหมายถึง The Eight Beatitudesเชื่อว่าเป็นสถานที่ๆพระเยซูได้ทรงพบกับ
อัครสาวกของพระองค์หลังจากการฟื้นคืนพระชนม์ และมอบหมายให้พวกเขาไปเผยแผ่ศาสนา 
ต่อด้วยเดินทางสู่ ทับกา (
Tabgha) ผ่านชม Shrine of Multiplication of the Loaves เป็นสถานที่ๆเชื่อว่าพระเยซู เสกขนมปัง 5 ก้อนกับปลา 2 ตัว ให้คน 5,000 คนอิ่ม ปัจจุบันสร้างโบสถ์ทับบนตำแหน่งเดิมที่ถูกทำลาย โดยยังคงใช้รูปแบบ และทรงของเดิมตามที่ขุดค้นพบ.....ไฮไลท์ : แล้วพาคณะท่านปรับเปลี่ยนอิริยาบถ โดยการล่องเรือ ณ ทะเลสาบกาลิลี (Cruise of Galilee) ที่อยู่ใกล้กับที่ราบสูงโกลาน  เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีความลึกประมาณ 43 เมตร พื้นที่ประมาณ 166 ตร.กม. และอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 209 เมตร อิสระให้ท่านได้ชมความงดงามของธรรมชาติ  และการแสดงต่างๆที่จะทำให้ท่านได้รับความสนุกสนานและเพลิดเพลิน

เที่ยง  ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย  จากนั้นคณะท่านเดินทางต่อสู่ คาเปอรนาอุม (Capernaum)  ตั้งอยู่บนชายฝั่งด้านเหนือของทะเล

กาลิลี เป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพทางประมง  บริเวณพื้นที่ตรงกลางหมู่บ้านนั้น นักโบราณคดีได้ขุดและพบซากของธรรมศาลา (Synagogue) ที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวยิว ศาสนาพุทธคือวัด ศาสนาคริสต์คือโบสถ์) ยังขุดพบบ้านที่คาดว่าเป็นบ้านของนักบุญเปโตร (House of Saint Peter) สาวกคนแรกขององค์พระเยซู รวมถึงบ้านเรือนอื่นๆ อีกมากมายด้วย ปัจจุบันถูกสร้างเป็นโบสถ์ลักษณะรูปทรง 8 เหลี่ยมบนบ้านหลังเดิมที่ซึ่งพระเยซูทำการอัศจรรย์ในการรักษาโรคให้แก่ผู้คนมากมาย  รวมแม่ยายของปีเตอร์/เปโตร ในบริเวณใกล้ๆกัน มีธรรมศาลาเก่าแก่ที่พระเยซูทรงตรัสเทศนาเรื่องอาหารแห่งชีวิตแก่ประชาชน  จากนั้นพาท่านสู่  ริมฝั่งน้ำกาลิลี  มีอนุสาวรีย์นักบุญ
ปีเตอร์ในชุดชาวประมงถือกุญแจประตูสวรรค์ยืนเด่นเป็นสง่า...เป็นสถานที่ๆเชื่อว่า พระเยซูได้ปรากฏตัวครั้งที่สามให้สาวกของพระองค์หลังจากการฟื้นคืนพระชนม์  และทำการอัศจรรย์ช่วยสาวกจับปลาได้
153 ตัว ปลาที่ว่านั่นก็คือ ปลานิล (Nile Tilapia) อันเป็นปลาท้องถิ่นของกาลิลี และทรงเรียกปีเตอร์/เปโตร ให้เลี้ยงลูกแกะของพระองค์  ปัจจุบันมี โบสถ์แห่งนักบุญเปโตร (Church of the Primacy of Saint Peter)ถูกสร้างครอบเนินดินไว้ เชื่อว่าเป็นสถานที่ๆพระเยซูเตรียมอาหาร เรียกว่า Mensa Christi หรือ Christ’s Table คอยสาวกอยู่  แล้วเดินทางสู่ นาซาเรธ (Nazareth) ตั้งอยู่บนภูเขาและมีภูเขากับหุบเขาสลับซับซ้อนอยู่ล้อมรอบ เป็นบ้านในวัยเด็กของพระเยซู และบ้านเดิมของนักบุญโยเซฟและพระแม่มารี

เย็น  ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

ค่ำ  พักค้างคืน ณ NAZARETH PLAZA HOTEL หรือเทียบเท่า 4 ดาว (คืนที่ 5)

 

วันที่เจ็ด  นาซาเรธ – หมู่บ้านคานา – โบสถ์พระแม่รับสาร – จาฟฟา – ชมเมือง – เทล อาวีฟ – อิสระช้อปปิ้ง – สนามบินเบนกูเรียน


เช้า  อรุณสวัสดิ์.....รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของทางโรงแรม 

นำท่านเดินทางไปยัง หมู่บ้านคานา (Cana Village) ผ่านชม โบสถ์ฉลองสมรส ที่ซึ่งพระเยซูทรงแสดงปาฎิหาริย์เป็นครั้งแรกในงานแต่งงาน ซึ่งครั้งนั้นพระนางมารีย์ พระเยซูและบรรดาศิษย์มาในงานนั้นด้วย โดยทรงเปลี่ยนน้ำให้เป็นเหล้าองุ่น เมื่อเหล้าองุ่นไม่พอที่จะเลี้ยงแขกในงาน พาคณะแวะชม โบสถ์พระแม่รับสาร (The Church of the Annunciation) เป็นสถานที่ๆทูตสวรรค์กาเบียลมาแจ้งสานส์แก่พระนางมารีย์เรื่องการประสูติของพระกุมาร(พระเยซู)  และเดินต่อไปยังบ่อน้ำที่มีอายุนานกว่า 2,000 ปีที่พระนางมารีย์ได้เคยมาตักเอาไปใช้งาน  แล้วออกเดินทางไปยัง  เมืองเก่าจาฟฟา  (JaffaOld City) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองท่าเรืออันเก่าแก่อายุกว่า 3,000 ปี หรือรู้จักอีกชื่อหนึ่งว่า ยาโฟ (Yafo) ในภาษาฮิบรูว์ แปลว่า สวยงาม ในประวัติศาสตร์เมืองนี้ถูกครอบครองมาหลายยุคหลายสมัย ปัจจุบันได้ถูกอนุรักษ์เมืองนี้ไว้

เที่ยง  ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร

บ่าย  พาท่านเดิน ชมเมือง และ หอนาฬิกา (The Clock Tower) ที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของเมือง เป็น 1 ใน 7 ของหอนาฬิกาที่ถูกสร้างโดยพวกออตโตมานที่เข้ามาปกครองในบริเวณนี้  ถูกสร้างขึ้นโดยสุลต่านอับดุล ฮามิด ที่ 2 ในราวปี ค.ศ.1900-1903 ส่วนที่เหลืออีก 6 แห่ง คือ ที่ซาเฟ็ด เอเคอร์ นาซาเรธ ไฮฟา นาบลุส และเยรูซาเล็ม ซึ่งทั้งหมดได้เสียหมด....แล้วนำท่านเดินทางกลับ กรุงเทลอาวีฟ
(Tel Aviv ) อีกครั้ง  และให้ท่านอิสระช้อปปิ้งละลายเงินนิวเชเกลอิสราเอล ณ  ตลาดคาร์เมล (Carmel Market) ตลาดใหญ่ประจำกรุงเทลอาวีฟ ที่ขายของจิปาถะ ผลไม้ ของที่ระลึก เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารอีกด้วย  

*** อิสระรับประทานอาหารเย็น เพื่อให้ท่านได้เต็มอิ่มกับการช้อปปิ้งตามอัธยาศัย ***

17.30 น.  นกระทั่งได้เวลาอันสมควร......นำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติเบนกูเรียนเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับสู่ประเทศไทย และมีเวลาให้ท่านได้ทำเรื่องขอทำ TAX REFUND คืน  

22.35 น.  ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินแอล อัล อิสราเอลแอร์ เที่ยวบินที่ LY081  (ใช้เวลาบินโดยรวม 11 ชั่วโมง 25 นาที)

วันที่แปด  ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

14.00 น.  ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

*** ขอบพระคุณทุกท่านที่วางใจในงานบริการของเรา ***

 

Visitors: 1,205,344